เพราะปัญหาการมีบุตรยาก อาจเกิดจากอสุจิไม่สามารถวิ่งไปถึงไข่ได้ การทำ IUI จะทำให้เชื้ออสุจิมีโอกาสเข้าไปผสมกับไข่ได้มากขึ้น ปกติแล้วการหลั่งน้ำเชื้อของผู้ชาย 1 รอบ ควรจะมีอสุจิประมาณ 200 ล้านตัว แต่ด้วยปากมดลูกที่แคบกว่าช่องคลอด ประกอบกับช่องคลอดมีสภาวะเป็นกรด ทำให้เชื้ออสุจิส่วนใหญ่ตาย อ่อนแรง หรือไม่สามารถหาทางไปถึงไข่ที่อยู่บริเวณท่อนำไข่ได้ ส่งผลให้อสุจิที่ไปถึงไข่จะมีเพียง 200 – 500 ตัวเท่านั้น

และหากฝ่ายชายมีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ ความเข้มข้น ความแข็งแรง หรือการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิ จะยิ่งทำให้ปริมาณอสุจิที่สามารถเข้าไปถึงไข่ได้มีจำนวนน้อยลงกว่าเดิมมาก จนอาจไม่สามารถทำให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ได้

การทำ IUI เป็นการทำให้น้ำเชื้อเข้มข้นขึ้น และฉีดเขาไปด้านในโพรงมดลูกโดยตรง ทำให้อสุจิมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น ร่นระยะทางการเคลื่อนที่ไปหาไข่ลง อสุจิสามารถไปถึงไข่เพื่อปฏิสนธิได้มากขึ้น นอกจากนี้แพทย์จะกำหนดวันฉีดน้ำเชื้อผสมเทียมในวันที่ไข่ตกอย่างแม่นยำ เพื่อให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ทันทีก่อนที่ไข่จะฝ่อไป ดังนั้นการทำ IUI จึงเหมาะกับ
ฝ่ายชายที่
  • มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำเชื้อ เช่น ความเข้มข้นน้อย ปริมาณน้ำเชื้อน้อย อสุจิมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนที่หรือแข็งแรงไม่พอ
  • มีเชื้ออสุจิที่เคลื่อนที่ได้ดีในจำนวนที่มากเพียงพอ คือต้องมีมากกว่า 5 ล้านตัวขึ้นไป
ฝ่ายหญิงที่
  • ควรอายุน้อยกว่า 30 ปี หากอายุมากขึ้นความสำเร็จจะลดลง เนื่องจากจะมีภาวะมดลูกเสื่อม
  • มีปัญหาเกี่ยวกับอุ้งเชิงกราน เช่น ปากมดลูกหรือคอมดลูกตีบ (Cervical stenosis) จนอสุจิเคลื่อนที่เข้าโพรงมดลูกได้ยาก
  • มีภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังจากความผิดปกติต่างๆ เช่น กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS)
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • ต้องการตั้งครรภ์ด้วยน้ำเชื้อที่แช่แข็งไว้ (Frozen sperm)
  • ต้องการตั้งครรภ์ แต่ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์
  • แพ้น้ำเชื้อ (Semen allergy) จนทำให้ช่องคลอดแดงหรือระคายเคืองเมื่อสัมผัสน้ำเชื้อ
  • ท่อนำไข่ต้องปกติทั้ง 2 ข้าง หรืออย่างน้อยต้องดีข้างใดข้างหนึ่ง
นอกจากนี้ยังเหมาะกับใช้แก้ไขภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ (Unexplained infertility) เนื่องจากเป็นวิธีการแก้ปัญหาในเบื้องต้นที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในกรณีนี้แพทย์จะแนะนำให้ทำ IUI ร่วมกับการฉีดยากระตุ้นไข่ตก เพื่อให้ฉีดเชื้อผสมเทียมได้พอดีกับช่วงที่ไข่ตก

ทั้งนี้ การทำ IUI ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เนื่องจากการทำ IUI ไม่สามารถแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากได้ในบางกรณี การทำ IUI จึงไม่เหมาะกับ
  • ฝ่ายหญิงที่ท่อนำไข่หรือปีกมดลูกอุดตันทั้งสองข้าง ทำให้อสุจิไม่สามารถเข้าถึงไข่ได้
  • ฝ่ายหญิงที่มีพังผืดในอุ้งเชิงกรานจากภาวะเยื่อมดลูกเจริญผิดที่ระดับรุนแรง
  • ฝ่ายชายไม่สามารถหลั่งน้ำเชื้อได้ หรือมีน้ำเชื้อน้อยกว่า 1 ล้านตัว
  • ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง หรือทั้งสองฝ่าย ผ่านการทำหมันมาแล้ว
  • เคยฉีดน้ำเชื้อมามากกว่า 3 – 6 รอบ แล้วยังไม่ประสบผลสำเร็จ
  • มีแนวโน้มที่ตัวอ่อนจะเกิดโรคทางพันธุกรรม
ผู้ที่ไม่เหมาะจะทำ IUI แต่ต้องการมีลูก แพทย์จะแนะนำให้ทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธีการทำ ICSI หรือที่เรียกว่าอิ๊กซี่ และทำ IVF แทน เนื่องจากทั้งสองวิธีไม่ต้องอาศัยท่อนำไข่ ท่อนำน้ำเชื้อ ใช้จำนวนอสุจิน้อย ทั้งยังสามารถตรวจโรคทางพันธุกรรมได้ก่อนการตั้งครรภ์ด้วย

โดยวิธีการทำ ICSI จะเป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาสูงที่สุด มีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด ผู้ที่สนใจควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากที่เหมาะสมต่อไป