ก่อนการเตรียมตัวตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ หรือโดยวิธีการแก้ไข้ภาวะมีบุตรยาก ทั้ง IUI, IVF, และ ICSI แพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและใช้วิตามินบำรุง เพื่อปรับปรุงคุณภาพของไข่จากฝ่ายหญิงและน้ำเชื้อจากฝ่ายชาย ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และลดโอกาสเกิดความผิดปกติในทารกได้ด้วย โดยข้อควรปฏิบัติ มีดังนี้

ปรับเปลี่ยน Lifestyle

  • เน้นทานอาหารโปรตีนสูง ผักผลไม้ให้มากขึ้น และสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ลดอาหารจำพวกไขมัน แป้ง และน้ำตาล งดอาหารแปรรูป
  • ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องครั้งละ 30 – 45 นาที อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 – 4 ครั้ง ควรเน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio Exercise) เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว การปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เพราะจะช่วยให้เลือดสูบฉีด ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ รวมถึงรังไข่และลูกอัณฑะได้ดีขึ้น
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6 – 7 ชั่วโมง ควรเข้านอนก่อนเวลา 5 ทุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเอง และยังเป็นช่วงที่จะหลั่งฮอร์โมนสำคัญออกมาอีกด้วย
  • ผ่อนคลายความเครียด เพราะมีโอกาสจะทำให้ฮอร์โมนผิดปกติได้

ทานวิตามินหรืออาหารเสริมตามที่แพทย์แนะนำ

เมื่อปรึกษาแพทย์เรื่องการมีบุตร แพทย์จะเป็นผู้แนะนำวิตามินให้ เนื่องจากแต่ละคนมีสาเหตุของการมีบุตรยากที่แตกต่างกันไป ส่วนวิตามินและอาหารเสริมที่แพทย์แนะนำให้ใช้โดยทั่วไป มีดังนี้

อาหารเสริมสำหรับฝ่ายหญิง
  • กรดโฟลิค (Folic acid) – ช่วยลดความผิดปกติเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองของทารก
  • แอสตาแซนทีน (Astaxanthin), โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10), วิตามินซี (Vitamin C) และ วิตามินอี (Vitamin E) – ช่วยเพิ่มคุณภาพของไข่
อาหารเสริมสำหรับฝ่ายชาย
  • แอสตาแซนทีน (Astaxanthin), โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10), และสังกะสี (Zinc) – ช่วยเพิ่มคุณภาพและความเข้มข้นของน้ำเชื้อ ซึ่งค่อนข้างสำคัญต่อการทำ IUI

หลังผ่านช่วงก่อนการเตรียมตัวมาแล้ว จะเข้าสู่ช่วงการเตรียมตัวก่อนทำ IUI โดยแพทย์จะให้ตรวจเลือด โรคทั่วไป และตรวจคุณภาพน้ำเชื้อของเพศชาย เพื่อดูความเหมาะสมต่อการทำ IUI และดูโอกาสที่อาจเกิดการติดเชื้อโรคผ่านสารคัดหลั่ง หรือจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้

การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายหญิง

1. ตรวจเลือดชุดฝากครรภ์และโรคติดเชื้อ (Routine Blood work for female)

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count หรือ CBC)
  • ตรวจหมู่เลือด (Blood group and Rh group)
  • ตรวจเชื้อ HIV (Anti HIV)
  • ตรวจเชื้อซิฟิลิส (Venereal   Disease  Research  Laboratory test หรือ VDRL)
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบ (HBsAg และ Anti HCV)
  • ตรวจโรคหัดเยอรมัน (Rubella IgG)
  • ตรวจโรคธาลัสซีเมีย (Hemoglobin typing)

2. ตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound หรือ TVS)

3. ตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด (Hormone Blood Tests)

  • Estradiol (E2)
  • Follicle Stimulating Hormone (FSH)
  • Prolactin
  • Luteinizing Hormone (LH)
  • Anti-Mullerian Hormone (AMH)

การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายชาย

1. ตรวจเลือดทั่วไป พร้อมโรคต่างๆ (Routine Blood work for male)

  • ตรวจเชื้อ HIV (Anti HIV)
  • ตรวจเชื้อซิฟิลิส (Venereal   Disease  Research  Laboratory test หรือ VDRL)
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบ (HBsAg และ Anti HCV)

2. ตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ (Sperm Count)

3. ข้อควรปฏิบัติก่อนการเก็บอสุจิ

  • งดการมีเพศสัมพันธ์ หรือการหลั่งน้ำเชื้อเป็นเวลา 3 – 5 วัน ก่อนการเก็บน้ำเชื้อ
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
  • ทำความสะอาดมือและอวัยวะเพศให้สะอาดก่อนการเก็บน้ำเชื้อ